วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

QUAD 405 CLONE : POWER AMP 100 watts

 คราวนี้อยากได้แอมป์ที่มีกำลังขับซัก 100 Watts เสริชดูในเน็ตเจอ QUAD 405 เป็นแอมป์ดังในอดีตจากอังกฤษ ปี 1975 ออกแบบโดย Peter J. Walker ได้รับรางวัล Queen’s Award for Technological Achievement ปี 1978 เป็นแอมป์ Current Damping ออกแบบมาเพื่อใช้กับลำโพง Electrostatic ของ Quad เอง (บริษัท QUAD ทำลำโพงขายมาก่อน) ด้วยความที่เสียงมีเอกลักษณ์โดดเด่นจึงทำให้ได้รับความสนใจและเป็นที่นิยมตลอดมา


วงจรต้นฉบับ



ต่อมาได้มีฝรั่งนัก Modify เก่งๆ  ทำการแก้ไขปรับปรุงบางจุดเพื่อให้นำมาใช้กับลำโพงประเภท Dynamic และ ลำโพงรุ่นใหม่ๆ ทั่วไปในปัจจุบันได้ และเช่นเคยได้มีผู้นำมาทำเป็น QUAD 405 CLONE ขายกัน ทั้งแบบประกอบสำเร็จลงกล่อง เหมือนต้นฉบับทุกอย่าง หรือเป็นแบบชุด KITS ที่มีแบบประกอบบัดกรีลงอุปกรณ์ให้ และแบบ PCB ที่ต้องมาประกอบบัดกรีเอง

แบบที่ซื้อมา แต่ไม่ได้ลงอุปกรณ์เหมือนในรูปต้องบัดกรีเอง

ผมเลือกแบบที่เอามาบัดกรีเองเพราะราคาถูกและมีขายในประเทศไม่ต้องสั่งจาก Ebay เลยซื้อมาลองดูอีกซักเครื่อง เป็นบอร์ดที่ผลิตมาจากจีนมีการปรับปรุงวงจรและอุปกรณ์บางตัวจากต้นฉบับเพื่อความเหมาะสมให้เข้ากับอุปกรณ์ที่มีขายในปัจจุบัน ในชุดมีแผ่น PCB ที่มีลายพิมพ์วงจรกำหนดค่าอุปกรณ์ และชิ้นส่วนอุปกรณ์ทั้งหมด ให้ 2 ชุด (แบบสเตอริโอ)

การโมจุดต่างๆ ของทางเมืองนอก

ผมลองหาข้อมูลดูเห็นทางเมืองนอกมีการโมฯ แก้ไขปรับปรุงบางจุดให้ดีขึ้นก็เลยลองทำตามบ้าง http://www.diyaudio.com/forums/solid-state/196210-quad-405-clone-7.html ผมทำตามบางส่วนโดยอุปกรณ์หลักๆ ใช้ของที่มีมาให้เปลี่ยนแปลงเฉพาะตัวเอ้าท์พุททรานซิสเตอร์ กับค่ารีซิสเตอร์บางตัว และเนื่องจากในวงจรมี IC op-amp จึงสามารถอัพเกรดเพื่อให้เสียงดียิ่งขึ้นได้อีก โดยการเปลี่ยนเบอร์ตามที่เค้าแนะนำไว้ (ดูรูปประกอบ) แต่ทั้งนี้ก็ต้องเปลี่ยนค่าอุปกรณ์บางตัวใหม่ เพื่อให้ได้ค่า Sensitivity กันกับ IC ที่เค้าคำนวนไว้ ไม่งั้นจะเกิดการฮัม หรือเสียงรบกวน หรือเลวร้ายก็อาจทำให้เกิดออสซิเลส ทำให้วงจรเสียหายได้ อันนี้ก็ต้องลองดูกันเอาเองครับ ซึ่งผมลองมั่วๆ หาอ่านข้อมูลจากคนที่โมฯแล้วมาปรับใช้แก้ไขตามก็ใช้ได้ ไม่มีปัญหา หม้อแปลงที่ใช้ 32-35 V ขนาด 5 แอมป์ขึ้นไป ถ้าต้องซื้อใหม่ก็แนะนำให้ใช้แบบ Toroidal ครับ แต่บังเอิญผมมีแบบ EI อยู่แล้วก็เลยต้องใช้ประหยัดเงินดีกว่า
Toroida
Toroida
Toroida

คัดแยกชิ้นส่วนเตรียมประกอบ

บอร์ดภาคจ่ายไฟ

หลังจากนั้นก็พยายามจัดวางให้ลงกล่อง


เสร็จแล้วลองจ่ายไฟเข้า ทดสอบว่ามีไฟออกที่ลำโพงหรือไม่ (ต้องไม่มี)
เนื่องจากแอมป์ตัวนี้ออกแบบโดยให้ไม่ต้องปรับแต่งอะไร ไม่ต้องปรับกระแสไฟ DC เข้า หรือกระแสไบอัส ง่ายดีผมชอบ ดังนั้นเมื่อประกอบเสร็จก็ต่อไฟใช้งานได้เลย หลังจากประกอบเสร็จแล้วลองจ่ายไฟเข้าบอร์ดทดสอบไม่มีปัญหาใดๆ ใช้งานได้ปกติ ฟังครั้งแรกเสียงที่ได้ดีครับ ให้ลายละเอียดดีมาก สำหรับหูตะกั่วคนแก่อย่างผม แต่เทียบกับต้นฉบับได้หรือปล่าวไม่รู้เพราะไม่เคยฟัง..555 แนะนำเลยครับเป็นแอมป์ราคาประหยัดที่น่าสนใจตัวนึง ใครที่ลองทำแล้วมีปัญหา  สอบถามมาได้ แต่คงช่วยได้ไม่มากนักเพราะตัวเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่...ยินดีครับ...





วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2558

การวางลำโพงสำหรับฟังเพลง (ของผม)

การวางลำโพงที่จะให้เสียงได้ดีมีมิติ (บ้าง) เป็นเรื่องสำคัญสำหรับการดูหนังและฟังเพลง เพราะจะทำให้เพิ่มอรรถรสในการฟังขึ้นอีกมาก และปัญหาหลักสำหรับชาวบ้านแบบผม อยู่คอนโดห้องเล็กๆ คือมีพื้นที่จำกัด ห้องที่ใช้ดูหนังฟังเพลงเป็นห้องที่ใช้รวมทั้งนอนและพักผ่อน (เก็บของรกเข้าไปอีก) เพราะฉะนั้นเรื่องการวางตามสัดส่วนที่ถูกต้องอย่างสูตรต่างๆ นั้นใช้กับห้องนี้ไม่ได้ และชุดเครื่องเสียงที่ไม่มีมาตรฐานของผมมันไม่สามารถทำตามแบบที่หาอ่านดูจากเวปเครื่องเสียงทั่วๆ ไป ก็เลยใช้วิชาคาดเดาเอาโดยอาศัยเอาตัวอย่างจากบทความต่างๆ ที่ดูแล้วน่าจะเป็นไปได้มาผสมกัน แล้วทดลองตามแบบเฉพาะของผมขึ้นมา เพราะคิดว่าอาจมีหลายท่านคงประสบปัญหาเหมือนกัน (ห้องผมกว้าง 3.5 เมตร ยาว 5 เมตร 2.60 สูง ผนังปูน สามด้าน ด้านหลังเป็นกระจกติดม่าน)


แคบ เล็ก รก มีครบทุกองค์ประกอบของห้องที่แย่

1. วางลำโพงซ้าย-ขวากึ่งกลางของห้อง ห่างกันประมาณ 150 cm. ห่างผนังหลัง 60 cm. เปิดเพลงที่เน้นเสียงเบสหรือกลอง แล้วฟังดูถ้าเบสบวมก็ขยับถอยห่างจากผนังหลังออกมา ถ้าบางไปก็ดันเข้าหาผนัง ลองดูจนได้จุดที่ฟังแล้วชอบที่สุด ไม่ต้องสนใจเสียงอื่นฟังเฉพาะเสียงเบสอย่างเดียว ยึดเอาตำแหน่งที่เห็นว่าดีที่สุด อาจจะมีโด่งบ้างหรือบวมบ้างก็ต้องยอม เพราะปัญหาอาจมาจากสภาพของห้องเรา มันแก้ยาก อาจต้องใช้อุปกรณ์พวกรูมจูมทั้งหลาย ราคาแพงไม่ไหว




2. ใช้เพลงที่เสียงเป็นกลางเสียงนักร้องและเสียงดนตรีคมชัด ที่สำคัญต้องบันทึกเสียงมาดีแบบออดิโอไฟล์ จะทำให้ฟังได้ง่ายขึ้น พวกเพลงอะคูสติกหรือที่ใช้เครื่องดนตรีน้อยชิ้น นักร้องร้องเพลงอยู่ตรงกลางเวที เพราะเราต้องการจะฟังตำแหน่งของเสียงร้องให้ชัดเจน (เพลงที่ผมใช้คือ Holly Cole trio ชุด Don't smoke in bed กับ Jennifer warnes ชุด The hunter) ค่อยๆ ขยับลำโพงซ้าย-ขวาออกห่างออกจากกัน ทีละ 5 ซม. แล้วฟังดูให้ตำแหน่งเสียงนักร้องอยู่ตรงกลางระหว่างลำโพงทั้งสองข้าง เมื่อได้แล้วทีนี้หันมาให้ความสนใจตำแหน่งเสียงดนตรี ว่าสามารถฟังแล้วแยกแยะตำแหน่งได้ชัดเจนหรือไม่ ถ้ายังเกาะกลุ่มรวมเป็นกระจุกก็ขยับออกห่างไปทีละนิดจนได้เสียงแยกจากกันชัดเจน มีความเข้มข้นของชิ้นดนตรีที่เล่น แต่ทั้งนี้เสียงนักร้องต้องอยู่ตรงกลางเหมือนเดิมด้วย
3. เมื่อได้เสียงโดยรวมเป็นที่พอใจระดับนึงแล้ว คราวนี้เปิดเพลงใหม่ฟัง อย่าใช้เพลงเดิม เพื่อความหลากหลายที่หูจะได้ไม่ชินกับเพลงเดิม ถ้าฟังแล้วรู้สึกว่าเสียงร้องยังไม่มีโฟกัสให้ค่อยๆ เอียงหน้าลำโพงทั้งสองข้างเข้าหากัน (TOE-IN) จนได้เสียงที่ดีที่สุด ในการโทอินลำโพงทั้งสองข้างไม่จำเป็นต้องเท่ากัน ให้ยึดเอาจากเสียงที่ได้เป็นหลัก การโทอินอาจต้องมีการขยับเข้า-ออกร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับเสียงที่เราฟัง ทำทีละนิดนะครับ บางเวปแนะนำขยับทีละมิลลิเมตรกันเลย
 
ก็ประมาณนี้นะครับสำหรับการวางของผม เสียงโดยรวมมีความเป็นสเตอริโอ คือมีมิติเพิ่มขึ้น เสียงร้อง เสียงดนตรีแยกแยะได้พอสมควร ขึ้นอยู่กับเพลงที่ใช้ฟังด้วย ถ้าบันทึกมาแย่ก็จะไม่รู้สึกอะไร เพราะยังไงมันก็มั่วๆ แบนๆ อยู่ยังงั้น เมื่อจัดวางตำแหน่งลำโพงในการฟังเพลงได้ดีแล้ว ต่อไปจะเป็นการเซ็ตลำโพงสำหรับดูหนังบ้าง โดยเพิ่มจาก 2 แชลแนลเป็น 5 แชนแนลครับ

ส่วนข้อความต่อไปนี้ผมคัดลอกบางส่วนมาจากเวป hifitower.co.th จะได้เข้าใจเพิ่มขึ้นอีกครับ (ขอขอบคุณ เวป hifitower.co.th ด้วยครับ)

1.ใช้เพลง I Fall In Love Too Easily ซึ่งเป็นแทรคที่ 1 เพลงแรกอยู่ในอัลบั้มชุด Love Songs (Columbia/Legacy 493389 2) ของ Miles Davis เป็นเพลงตัวอย่างในการทดสอบ
2.แนะนำให้ฟังเฉพาะท่อนขึ้นต้นช่วงตั้งแต่ 0:00-0:25 นาทีก็พอ เพลงดังกล่าวจะเริ่มต้นขึ้นด้วยเสียงเปียโนที่ดังขึ้นตรงตำแหน่งของลำโพง ข้างซ้ายพอดีๆ ในขณะเดียวกันจะมีเสียงอะคูสติก-เบสดังขึ้นมาพร้อมๆ กับเสียงเปียโน แต่อยู่ในตำแหน่งที่เยื้องมาทางขวามือใกล้ๆ กับตำแหน่งของลำโพงข้างขวา เสียงอินโทรฯ ที่บรรเลงโดยเปียโนและอะคูสติก-เบสจบลงในขณะที่นาฬิกาบนหน้าปัดเครื่องเล่น ซีดีบอกเวลาเท่ากับ 0:12 นาที พร้อมๆ กับปิดท้ายด้วยเสียงรัวฉาบเบาๆ ดังขึ้นตำแหน่งตรงกับลำโพงด้านขวาช่วงสั้นๆ ก่อนที่ทุกเสียงจะหยุดลงที่เวลา 0:15 นาที หลังจากที่เสียงรัวฉาบจบลงเพียงไม่กี่วินาที คุณก็จะได้ยินเสียงโซโลมิวต์-ทรัมเป็ตดังขึ้นในตำแหน่งที่อยู่ระหว่างลำโพง ทั้งสองข้างเยื้องไปทางลำโพงขวาเล็กน้อยอย่างชัดเจน เสียงของทรัมเป็ตจะดังอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกับตำแหน่งของเสียงอะคูสติ ก-เบสที่เริ่มดังขึ้นหลังจากที่เสียงทรัมเป็ตปรากฏตัวออกมา ในขณะเดียวกันนั้นที่ลำโพงด้านซ้ายก็ยังมีเสียงเปียโนดังอยู่ในตำแหน่งเดิม คุณจะต้องขยับลำโพงทั้งสองข้างให้ห่างจากกันออกไปจนกว่าจะสามารถฟังแยกแยะ ตำแหน่งของเสียงดนตรีแต่ละเสียงที่ชัดเจนตรงตามตำแหน่ง จึงถือว่าเป็นระยะห่างที่เหมาะสมสำหรับลำโพงและชุดเครื่องเสียงของคุณ
3.จะเกิดอะไรขึ้นถ้าขยับลำโพงทั้งสองข้างออกห่างจากกันมากเกินไป.?
ถ้า ระยะระหว่างลำโพงทั้งสองข้างห่างจากกันมากเกินไปจะทำให้เสียงอะคูสติก-เบส กับเสียงทรัมเป็ตขาดความชัดเจนของตำแหน่งเสียงลงไป และทำให้ความรู้สึกชัดเจนของเสียงอะคูสติก-เบสกับเสียงของทรัมเป็ตลดลงไป ด้วย และถ้าคุณวางลำโพงทั้งสองข้างห่างกันมากๆ จะทำให้เสียงของอะคูสติก-เบสกับเสียงของทรัมเป็ตขาดความเข้มข้นของตัวเสียง ลงไป (เสียงจะเบาลง) เมื่อเทียบกับเสียงของเปียโนที่ดังอยู่ที่ตำแหน่งลำโพงด้านซ้าย
4.แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าขยับลำโพงทั้งสองข้างเข้าใกล้ชิดกันมากเกินไป..?
จะ ทำให้ตำแหน่งของเสียงอะคูสติก-เบสกับเสียงของทรัมเป็ตชิดกันมากขึ้นจนอาจจะ ถึงขั้นซ้อนทับกันถ้าคุณวางลำโพงทั้งสองข้างอยู่ในตำแหน่งที่ชิดกันมากๆ ผลเสียอีกประการหนึ่งก็คือจะทำให้น้ำเสียงโดยรวมออกมาทึบไม่โปร่งใส

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ปรีแอมป์หลอด 6dj8 แบบง่ายๆ

บังเอิญท่องเวปไปเจอวงจรปรีแอมป์ที่เค้าทำขาย http://www.haodiy.net//a/jishuwenzhang/danjidiy/qianjidiy/2012/0830/534.html แต่ดันเป็นภาษาจีนอ่านไม่ออก ได้แต่ดูตัวหนังสือในวงจรที่เป็นภาษาอังกฤษ ดูแล้วไม่น่ายาก เดาเอา มีลายปริ้นแผ่น pcb ให้ด้วย


เท่าที่ดูอุปกรณ์ที่ใช้หาซื้อได้ง่าย แล้วหลอดก็เป็นเบอร์ 6DJ8 ที่ผมมีเก็บไว้อยู่แล้ว เลยอยากลองทำดูบ้าง ที่เค้าทำไว้เป็นแบบใช้ 2 หลอด แต่เนื่องจากต้องการประหยัดผมเลยใช้แค่หลอดเดียว เพราะคุณสมบัติของหลอดนี้เป็น Dual คือมี 2 ข้างในหลอดเดียวจึงสามารถนำมาใช้เป็นแบบสเตอริโอได้ การต่อผมใช้แบบ Hardwire เหมือนเดิม คือไม่มีแผ่นวงจร และเน้นอุปกรณ์ที่ไม่ต้องไฮเอนด์เหมือนชาว DIY เทพๆ ทั้งหลายใช้กัน อุปกรณ์และค่าต่างๆ ก็ตามวงจรเลยครับ ภาคจ่ายไฟหม้อแปลงธรรมดา 24-0-24v ตัวเล็กประมาณ 200 ma และ f.l. สำหรับจุดหลอด 6.3v ใช้ 9-0v ประมาณ 1 am ส่วนโวลุ่มมีการเปลี่ยนค่าจาก 100k มาเป็น 50k เพราะผมไม่มีเลยใช้ที่มีอยู่นี้ไปก่อน ไว้มีเวลาหาซื้อใหม่ได้ค่อยเปลี่ยน หลังจากประกอบเสร็จ ลองต่อไฟเข้าดูไม่มีควันขึ้น ก็จัดการเชื่อมสายสัญญาณเข้าแอมป์กับเครื่องเล่น CD เปิดสวิทช์ ไม่มีเสียงจี่หรือฮัมดังๆ (มีฮัมเบาๆ ถ้าเอาหูแนบลำโพงถ้านั่งห่างออกมาไม่ได้ยิน) แล้วลองหมุนโวลุ่ม โอเคมีเสียง ฟังเพลงได้แล้ว และเหมือนเดิมเสียงดีรึปล่าว..? อันนี้ไม่รู้ แต่ฟังดูก็เพราะดีสำหรับผมน่ะครับ ดูภาพประกอบยังไม่มีเคสใส่ ฟังแบบเปลือยไปก่อน ลองทำเล่นดู ไม่ยาก และราคาถูกครับ (หลอดที่ใช้ด้วยกันได้มี 6DJ8/E88CC/6922/ECC81/12AT7)

อุปกรณ์ด้านล่างมีแค่นี้

ภาคจ่ายไฟ

ต่อสายทั้งหมดเข้าด้วยกันก่อนจ่ายกระแสไฟเข้าเครื่อง

ต่อเข้ากับพาวเวอร์แอมป์และเครื่องเล่น CD ทดสอบเสียง



แนะนำเวป www.เพลงลูกทุ่
งไทย.com ดูได้ตลอด 24 ชม. ช่วงทดลองแพร่ภาพครับ ตามลิ้งค์เลย http://www.xn--12clb7db1b7asb6qi3fzcwc.com/ มาฟังเพลงไทยกันครับ



วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

บันทึกเสียงจากแผ่นเสียงลงคอมฯ

วิธีบันทึกเสียงจากเครื่องเล่นเทปหรือแผ่นเสียงลงคอมแบบง่ายๆ
หลายคนยังคงใช้เครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตหรือเครื่องเล่นแผ่นเสียงกันอยู่ เนื่องจากชื่นชอบในน้ำเสียงแบบอะนาล๊อก ที่ให้ความนุ่มนวล กลมกล่อมของน้ำเสียง ไม่สด กระด้างเกินจริงเหมือนดิจิตอล ทำให้นึกถึงอดีตความทรงจำเก่าๆ ได้เป็นอย่างดี ผมได้อ่านเจอวิธีการทำในเวปเลยลองดูแล้วก็ได้ผล คุณภาพเสียงที่ออกมาก็ใช้ได้เลย ที่สำคัญไม่ได้ลงทุนอะไรสรุปคือฟรี แต่ต้องมีอุปกรณ์พื้นฐานดังนี้ก่อน คือ

1-คอมพิวเตอร์ ในที่นี้ผมใช้ macbook white รุ่นเก่ามีช่อง audio in มาให้ (รุ่นใหม่เกินปี 2013 ไม่มีแล้วนะครับ) หรือใช้คอม pc ก็ได้แต่ในเครื่องต้องติดตั้งซาวน์การ์ดที่มีช่อง input - output ด้วย เพราะเสียงดีไม่ดี ก็อยู่ที่ซาวน์การ์ดนี่แหละครับ แต่ด้วยที่ผมไม่ได้คาดหวังให้ได้คุณภาพสูงมากมายก็เลยใช้เท่าที่มีอยู่ในเครื่อง ไม่ต้องเสียเงินครับ

2-ปรีแอมป์ ที่มีภาค reccord หรือ tape out (ถ้าบันทึกจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ปรีต้องมีช่อง Phono )


3-เครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตหรือเครื่องเล่นแผ่นเสียง

4-สายสัญญาณสำหรับต่อเข้าเครื่องเล่น และคอม (RCA to RCA + Mini to RCA)
ใช้สำหรับต่อระหว่างปรีแอมป์กับเครื่องเล่นเทปหรือแผ่นเสียง
mini to RCA ต่อจากช่อง rec ที่ปรีแอมป์ เข้าช่อง audio in ของคอม



5-โปรแกรมบันทึกเสียง ผมใช้ audacity เป็นของฟรีครับ ใครใช้คอมระบบไหนก็เลือกโหลดเอาทั้ง mac,  pc และ linux ซึ่งต้องขอบคุณผู้คิดค้นและเอามาเผยแพร่เป็นอย่างสูง

เมื่อทุกอย่างครบก็มาเริ่มเลยแล้วกัน
-โดยขั้นแรกต่อสายสัญญาณเข้าเครื่องเพื่อทำการบันทึก ผมต่อสาย rca เครื่องเล่นแผ่นเสียงเข้าที่ช่อง phono ของปรี และจากปรีช่อง rec เข้าที่ช่อง audio in ของ mac book


-เฉพาะ mac นะครับ เข้าไปที่ system preferences คลิ๊กที่ sound ส่วน pc ก็ control panel แล้วเลือกรูปลำโพงคล้ายๆ กัน

-ตั้งค่า input เลือก Line in ตามภาพ ระดับเสียงให้อยู่ตรงกลาง ถ้ามากเกินจะเสียงที่ออกมาเพี้ยน แตกพร่า

-โหลดโปรแกรม Audacity มาแล้วติดตั้งลงคอมในให้เรียบร้อยก่อน แล้วเปิดโปรแกรมหน้าตาจะเป็นแบบนี้


-ให้ตั้งค่า preferrences ก่อนตามภาพ



-เมื่อจะบันทึกให้กดปุ่ม rec ที่ menu ของโปรแกรม และเปิดเครื่องเล่นของเรา โปรแกรมจะเริ่มทำการบันทึกไปเรื่อยๆ

-ตอนเริ่มบันทึกจะมีรูปคลื่นเสียงลักษณะแบบนี้

-เมื่อจบเพลงที่ต้องการอัดแล้วก็กดปุ่ม stop ที่โปรแกรม แล้วหยุดเครื่องเล่น

-ทำการ save ตั้งชื่อเอาตามต้องการ ไฟล์ที่เซฟนี้สามารถทำการเพิ่มหรือตัดออกได้ภายหลังครับ

-หรือถ้าต้องการเอาไฟล์มาใช้งานเลยก็ให้ export ออกมาโดยเลือกรูปแบบตามต้องการ สำหรับเปิดเล่นในคอม หลังจากนั้นถ้าจะเอาไปลงดิสค์ด้วยโปรแกรม write cd ต่างๆ เช่น nero, cdburner, windows media player ต่อไปครับ


เสร็จแล้วครับ ผมลองทำดูและฟังเพลงจากไฟล์ที่ได้ออกมา เสียงดีเลยทีเดียว แยกแยะรายละเอียดดี มีเสียงรบกวนบ้างตามสภาพของแผ่นที่เล่น ได้อารมณ์อะนาล๊อกดีครับ

-ส่วนเรื่องการมิกซ์ การตัดต่อ หรือลงเอฟเฟ็คต่างๆ พวกนั้นต้องลองศึกษาดูครับ.....

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

การหาตำแหน่งวางซับวูฟเฟอร์ แบบง่ายๆ


โดยทั่วไปการวางซับวูฟเฟอร์มักวางไว้ตามมุมเพื่อจะให้เสียงเบสที่มากขึ้น แต่ก็อาจไม่มีคุณภาพหรือบางทีเกิดอาการเบสบูมได้ บ้างก็แนะนำให้วางระหว่างทีวีกับลำโพงหลักซ้ายหรือขวา บางคนวางไว้ตรงกลางหน้าทีวีเลยก็มี แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของซับวูฟเฟอร์ที่เป็นแบบยิงลงพื้น หรือยิงไปด้านหน้า ตู้เปิดหรือตู้ปิด ซึ่งการวางที่จะได้เสียงเบสหรือคลื่นความถี่ต่ำที่ดีบางครั้งต้องอาศัยผนังช่วยในการสะท้อน แต่ซับวูฟเฟอร์ของผมเป็นแบบตู้ปิดยิงเสียงออกด้านหน้า โดยหลักแล้วการวางชนิดผนังเป็นวิธีง่ายที่สุด หลังจากที่ศึกษาข้อมูลจากเวปต่างประเทศ แล้วนำมาทดลองทำตาม โดยยึดหลักที่ฝรั่งเค้าวางไว้เป็นแนวทาง แต่มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามลักษณะห้องของเรา ก็ได้ออกมาเป็นข้อๆ ลองทำดูครับ (เฉพาะซับวูฟเฟอร์)
1. ซับวูฟเฟอร์ที่ใช้เป็นแบบแอคทีฟ คือมีแอมป์ภาคขยายในตัว นำเอาซับวูฟเฟอร์มาวางตรงจุดนั่งฟัง (ในที่นี้ควรเซ็ตลำโพงหน้าหลักซ้าย-ขวา ให้ได้ความถูกต้องเสียก่อน)



2. เปิดเพลงที่เล่นเน้นเบสโดยเฉพาะ เช่น I love bass หรืออะไรก็ได้ที่เสียงเบสโดดเด่น

3. ก้มลงคลานไปทั่วห้อง โดยเอาหูใกล้พื้นมากที่สุด แล้วฟังเสียงเบสดู หาตำแหน่งเสียงมีแรงกระแทก และมีโฟกัสไม่บวม จำและทำเครื่องหมายไว้ แล้วคลานต่ออีกหลายรอบซ้ำๆ กัน จนแน่นใจว่ามีเพียงตำแหน่งเดียวที่ดีที่สุด คุณก็จะได้จุดวางซับวูฟเฟอร์ที่ลงตัว


4. นำซับวูฟเฟอร์ไปวางในจุดที่หาได้ แล้วเปิดเพลงฟังเสียงดู อาจต้องเลื่อนเข้า เลื่อนออกอีกบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะความคลาดเคลื่อนเล็กๆ น้อยๆ ของหูเราเอง แต่ก็จะได้ช่วยให้หาตำแหน่งวางได้ง่ายที่สุดครับ

ส่วนการปรับแต่งเสียง ว่าจะใช้จุดตัดเท่าไหร่นั้น ต้องแล้วแต่ชุดเครื่องเล่นของเราว่าใช้อะไรบ้างก็ให้ดูตามคู่มือของ AVR ว่าแนะนำไว้อย่างไร ตัวอย่างจากชุดของผมใช้ AVR PIONEER VSX-822K ลำโพงหลัก wharfedale diamond 121 ลำโพงเซ็นเตอร์ wharfedale WH2 ซับวูฟเฟอร์ velodyne cht-8 เซอร์ราวน์ Onkyo SKF-591 เป็นลูกผสมนะครับบางคนบอกต้องใช้ทั้งหมดเป็นซีรี่ย์เดียวกันเสียงถึงจะดีที่สุด แต่ผมงบไม่มีต้องค่อยๆ ซื้อทีละตัวมันเลยเป็นแบบนี้ แต่เสียงออกมาก็รับได้เพราะไม่ซีเรียสอะไรมากมายนัก วิธีคือตั้งค่าลำโพงทั้งหมดให้เป็น Small เพราะเราต้องการให้ความถี่ต่ำทั้งหมดไปอยู่ที่ซับวูฟเฟอร์อย่างเดียว ส่วนที่ตัวซับวูฟเฟอร์ให้ใช้ Direct หรือ By Pass เนื่องจากเราไม่ต้องการให้สัญญาณผ่านครอสโอเวอร์ของตัวซับวูฟเฟอร์ แต่ให้ตัว AVR ทำหน้าที่เป็นตัวปล่อยสัญญาณความถี่ต่ำออกมา เสียงที่ได้จะกลมกลืนกันทั้งระบบ ส่วนจุดตัดที่ซับผมตั้งไว้ประมาณ 50-60 Hz อันนี้แล้วแต่ซับวูฟเฟอร์ แต่ละยี่ห้อไม่เหมือนกัน ลองดูครับเผื่อเป็นแนวทางสำหรับมือใหม่เหมือนผม จะได้ไม่ต้องเสียเวลามากในการติดตั้ง คราวหน้าจะนำเสนอการเซ็ตระบบลำโพงโฮมเธียเตอร์ 5.1อีกทีครับ


แนะนำเวป www.เพลงลูกทุ่
งไทย.com ดูได้ตลอด 24 ชม. ช่วงทดลองแพร่ภาพครับ ตามลิ้งค์เลย http://www.xn--12clb7db1b7asb6qi3fzcwc.com/ มาฟังเพลงไทยกันครับ


วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

บินง่ายๆ กับ MINI FOAM PLANE

มาทำเครื่องบินโฟมตัวเล็กๆ บังคับวิทยุเล่นกัน....เนื่องมาจากอยากเล่นเครื่องบินบังคับวิทยุ แต่หาที่เล่นไม่ค่อยมี เพราะถ้าเล่นขนาดลำมาตรฐานต้องใช้พื้นที่ในการบินกว้างอย่างน้อยก็ประมาณสนามฟุตบอล ไม่งั้นไม่มีพื้นที่พอที่เครื่องจะร่อนไปมาได้ ด้วยเหตุนี้ก็เลยคิดทำลำให้เล็กลง เล่นในพื้นที่แค่สนามบาสก็บินได้แล้ว แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือเครื่องบินลำเล็กบินยากกว่าลำใหญ่ การสร้างก็ยุ่งยาก ด้วยลำตัวที่เล็กและบอบบางของโฟม การสร้างต้องทำให้น้ำหนักของเครื่องเบาที่สุด ไม่งั้นจะบินไม่ขึ้น ทำให้เวลาหาซื้ออุปกรณ์เล็กจิ๋วในบ้านเราไม่ค่อยมี บางอย่างจึงต้องสั่งจากต่างประเทศ ใช้เวลานานพอสมควร แต่เมื่ออยากเล่นแล้ว ก็ต้องทำใจยอมรับ หลังจากรวบรวมหาซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ได้จนครบ ก็เริ่มลงมือสร้างกัน ขั้นแรกก็ไปหาแปลนมาก่อนซึ่งมีมากมายในเวป เลือกเอาแบบที่เราต้องการที่จะเล่น ผมเลือกแบบบินง่ายๆ ช้าๆ เล่นท่าทางได้ ประมาณบิน 3D ตามลิ้งค์ครับ http://www.rcgroups.com/forums/showthread.php?t=375893 เมื่อได้มาก็เอามาปริ้นลงกระดาษ ขนาดที่ใช้ในการทำครั้งนี้คือ ความยาวปีก 38 ซม. ลำตัว 40 ซม. เพื่อทำเป็นแบบในการตัดโฟม โดยใช้โฟมแผ่นเรียบขนาด 3 มม. มีขายตามร้านขายเครื่องเขียนทั่วไป (เป็นโฟมแบบเรียบไม่ใช่โฟมหยาบที่ทำกระทง) วางแบบแล้วใช้คัดเตอร์ตัดตามลายเส้นง่ายดี พอได้เป็นชิ้นส่วนต่างๆ ทั้งหมดแล้วก็เอามาพ่นสีตามความชอบ ให้ระวังเวลาพ่นสี เพราะสีสเปร์ยกระป๋องมีส่วนผสมของแลคเกอร์จะกัดเนื้อโฟม เวลาพ่นให้พ่นห่างๆ ค่อยๆ พ่นทีละชั้นรอแห้ง แล้วพ่นทับอีก หลังจากนั้นเอาส่วนต่างๆ มาประกอบเป็นตัวลำเครื่องบิน เริ่มจากปีกซ้าย-ขวา โดยใช้กาวร้อนแท่งเพราะไวดี ไม่ต้องรอแห้ง ดามปีกด้วยแท่งคาร์บอน หรือถ้าไม่มีใช้ไม้ไผ่เหลาก็ได้เพื่อเสริมความแข็งแรงของปีก เวลาบินโดนลมปะทะจะได้ไม่แอ่น เสร็จแล้วติด Aileron และ Rudder เครื่องบินลำนี้ใช้ Aileron กับ Elevator ตำแหน่งเดียวกัน เวลาเล่นใช้วิธี Mix โปรแกรมที่วิทยุ การติดใช้เทปใยสัปปะรด โดยปาดโฟมด้านในเป็น 45 องศา เพื่อให้เป็นลักษณะบานพับ เมื่อประกอบลำตัว ปีก หางเสร็จเรียบร้อยก็นำชุดไฟมาติดตั้งลงไป เวลาลงอุปกรณ์ให้คำนึงถึงจุดศูนย์ถ่วง CG (จุด CG เครื่องบินทุกลำ แปลนเค้ากำหนดมาให้แล้วสะดวกไม่ต้องหาเอง) เพราะไม่งั้นเวลาบินเครื่องบินอาจเชิดหัวขึ้นฟ้า หรือหัวปักลงดิน ทำให้บินไม่ได้ ดูรูปภาพประกอบจะช่วยให้เห็นตำแหน่งการจัดวางคร่าวๆ การติดตั้งมอเตอร์ ให้หาไม้อัดบางมาทำเป็นแป้นแล้วค่อยยึดติดกับส่วนหัวเครื่องบินด้วยกาวร้อน กดมอเตอร์ให้ก้มลงนิดนึงประมาณ 2-3 องศา จากนั้นหาตำแหน่งที่จะเจาะรูวางแบต โดยใช้เทปแปะยึดแบตกับลำตัว แล้วใช้นิ้วชิ้วสองข้างวางที่จุดของ CG ใต้ปีกทั้งสองข้าง ค่อยๆ ขยับหาตำแหน่งจนได้กึ่งกลาง แล้วขยับเลื่อนให้หัวเครื่องก้มลงเล็กน้อย ก็จะได้ตำแหน่งพอดี จากนั้นใช้มีดเจาะลำตัวให้ช่องใส่ฟิตกับแบตเล็กน้อยเวลาบินจะได้ไม่หลุด ลำนี้หลังจากประกอบทุกอย่างรวมทั้งแบตแล้วน้ำหนักรวม 67 กรัม พยามยามลดแล้วแต่ยังหนักอยู่ไม่รู้จะบินขึ้นรึป่าว ไว้ลองเอาไป First Flight ดูก่อน.....แล้วจะมา Update อีกที

รายการอุปกรณ์ทั้งหมด
1.โฟมแผ่นเรียบหนา 3 มม.
2.กาวแท่งร้อน
3.แท่งคาร์บอนด์ หรือไม้ไผ่
4.ลวดขนาด 0.5 มม.สำหรับทำคันชัก
5.เทปใยสัปปะรด
6.เทปใส
7.มีดคัดเตอร์
8.สีสเปร์ย
ชุดไฟและอุปกรณ์
1.มอเตอร์จิ๋ว ขนาด 3700 Kv น้ำหนัก 3.8 กรัม
2.สปีด ESC 4 Amp
3.เซอร์โวขนาด 3.7 กรัม 3 ตัว
4.รีซีฟเวอร์ 4 แชลแนลขนาดเล็ก
5.วิทยุบังคับ 4-6 แชลแนล
6.แบตเตอร์รี่ Lipo 180 mA 7.4v
7.ใบพัดขนาด 3020 กับ 4025 (ต้องลองบินดูก่อนว่าขนาดไหนที่เหมาะสมที่สุด)










วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2558

D I Y อ ะ ไ ร ก็ ไ ด้ . . . ต า ม ใ จ ฉั น: ลองทำแอมป์คลาสเอ 10 วัตต์

D I Y อ ะ ไ ร ก็ ไ ด้ . . . ต า ม ใ จ ฉั น: ลองทำแอมป์คลาสเอ 10 วัตต์: ทำไมถึงชอบ D.I.Y. หรืองานประเภท HOME MADE สืบเนื่องมาจากการที่ผมเป็นคนชอบประกอบของเล่นมาตั้งแต่เด็กๆ สมัยนั้นเรียนอยู่ต่างจังหวัด ชอบอ่านหนั...