วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

บันทึกเสียงจากแผ่นเสียงลงคอมฯ

วิธีบันทึกเสียงจากเครื่องเล่นเทปหรือแผ่นเสียงลงคอมแบบง่ายๆ
หลายคนยังคงใช้เครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตหรือเครื่องเล่นแผ่นเสียงกันอยู่ เนื่องจากชื่นชอบในน้ำเสียงแบบอะนาล๊อก ที่ให้ความนุ่มนวล กลมกล่อมของน้ำเสียง ไม่สด กระด้างเกินจริงเหมือนดิจิตอล ทำให้นึกถึงอดีตความทรงจำเก่าๆ ได้เป็นอย่างดี ผมได้อ่านเจอวิธีการทำในเวปเลยลองดูแล้วก็ได้ผล คุณภาพเสียงที่ออกมาก็ใช้ได้เลย ที่สำคัญไม่ได้ลงทุนอะไรสรุปคือฟรี แต่ต้องมีอุปกรณ์พื้นฐานดังนี้ก่อน คือ

1-คอมพิวเตอร์ ในที่นี้ผมใช้ macbook white รุ่นเก่ามีช่อง audio in มาให้ (รุ่นใหม่เกินปี 2013 ไม่มีแล้วนะครับ) หรือใช้คอม pc ก็ได้แต่ในเครื่องต้องติดตั้งซาวน์การ์ดที่มีช่อง input - output ด้วย เพราะเสียงดีไม่ดี ก็อยู่ที่ซาวน์การ์ดนี่แหละครับ แต่ด้วยที่ผมไม่ได้คาดหวังให้ได้คุณภาพสูงมากมายก็เลยใช้เท่าที่มีอยู่ในเครื่อง ไม่ต้องเสียเงินครับ

2-ปรีแอมป์ ที่มีภาค reccord หรือ tape out (ถ้าบันทึกจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ปรีต้องมีช่อง Phono )


3-เครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตหรือเครื่องเล่นแผ่นเสียง

4-สายสัญญาณสำหรับต่อเข้าเครื่องเล่น และคอม (RCA to RCA + Mini to RCA)
ใช้สำหรับต่อระหว่างปรีแอมป์กับเครื่องเล่นเทปหรือแผ่นเสียง
mini to RCA ต่อจากช่อง rec ที่ปรีแอมป์ เข้าช่อง audio in ของคอม



5-โปรแกรมบันทึกเสียง ผมใช้ audacity เป็นของฟรีครับ ใครใช้คอมระบบไหนก็เลือกโหลดเอาทั้ง mac,  pc และ linux ซึ่งต้องขอบคุณผู้คิดค้นและเอามาเผยแพร่เป็นอย่างสูง

เมื่อทุกอย่างครบก็มาเริ่มเลยแล้วกัน
-โดยขั้นแรกต่อสายสัญญาณเข้าเครื่องเพื่อทำการบันทึก ผมต่อสาย rca เครื่องเล่นแผ่นเสียงเข้าที่ช่อง phono ของปรี และจากปรีช่อง rec เข้าที่ช่อง audio in ของ mac book


-เฉพาะ mac นะครับ เข้าไปที่ system preferences คลิ๊กที่ sound ส่วน pc ก็ control panel แล้วเลือกรูปลำโพงคล้ายๆ กัน

-ตั้งค่า input เลือก Line in ตามภาพ ระดับเสียงให้อยู่ตรงกลาง ถ้ามากเกินจะเสียงที่ออกมาเพี้ยน แตกพร่า

-โหลดโปรแกรม Audacity มาแล้วติดตั้งลงคอมในให้เรียบร้อยก่อน แล้วเปิดโปรแกรมหน้าตาจะเป็นแบบนี้


-ให้ตั้งค่า preferrences ก่อนตามภาพ



-เมื่อจะบันทึกให้กดปุ่ม rec ที่ menu ของโปรแกรม และเปิดเครื่องเล่นของเรา โปรแกรมจะเริ่มทำการบันทึกไปเรื่อยๆ

-ตอนเริ่มบันทึกจะมีรูปคลื่นเสียงลักษณะแบบนี้

-เมื่อจบเพลงที่ต้องการอัดแล้วก็กดปุ่ม stop ที่โปรแกรม แล้วหยุดเครื่องเล่น

-ทำการ save ตั้งชื่อเอาตามต้องการ ไฟล์ที่เซฟนี้สามารถทำการเพิ่มหรือตัดออกได้ภายหลังครับ

-หรือถ้าต้องการเอาไฟล์มาใช้งานเลยก็ให้ export ออกมาโดยเลือกรูปแบบตามต้องการ สำหรับเปิดเล่นในคอม หลังจากนั้นถ้าจะเอาไปลงดิสค์ด้วยโปรแกรม write cd ต่างๆ เช่น nero, cdburner, windows media player ต่อไปครับ


เสร็จแล้วครับ ผมลองทำดูและฟังเพลงจากไฟล์ที่ได้ออกมา เสียงดีเลยทีเดียว แยกแยะรายละเอียดดี มีเสียงรบกวนบ้างตามสภาพของแผ่นที่เล่น ได้อารมณ์อะนาล๊อกดีครับ

-ส่วนเรื่องการมิกซ์ การตัดต่อ หรือลงเอฟเฟ็คต่างๆ พวกนั้นต้องลองศึกษาดูครับ.....

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

การหาตำแหน่งวางซับวูฟเฟอร์ แบบง่ายๆ


โดยทั่วไปการวางซับวูฟเฟอร์มักวางไว้ตามมุมเพื่อจะให้เสียงเบสที่มากขึ้น แต่ก็อาจไม่มีคุณภาพหรือบางทีเกิดอาการเบสบูมได้ บ้างก็แนะนำให้วางระหว่างทีวีกับลำโพงหลักซ้ายหรือขวา บางคนวางไว้ตรงกลางหน้าทีวีเลยก็มี แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของซับวูฟเฟอร์ที่เป็นแบบยิงลงพื้น หรือยิงไปด้านหน้า ตู้เปิดหรือตู้ปิด ซึ่งการวางที่จะได้เสียงเบสหรือคลื่นความถี่ต่ำที่ดีบางครั้งต้องอาศัยผนังช่วยในการสะท้อน แต่ซับวูฟเฟอร์ของผมเป็นแบบตู้ปิดยิงเสียงออกด้านหน้า โดยหลักแล้วการวางชนิดผนังเป็นวิธีง่ายที่สุด หลังจากที่ศึกษาข้อมูลจากเวปต่างประเทศ แล้วนำมาทดลองทำตาม โดยยึดหลักที่ฝรั่งเค้าวางไว้เป็นแนวทาง แต่มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามลักษณะห้องของเรา ก็ได้ออกมาเป็นข้อๆ ลองทำดูครับ (เฉพาะซับวูฟเฟอร์)
1. ซับวูฟเฟอร์ที่ใช้เป็นแบบแอคทีฟ คือมีแอมป์ภาคขยายในตัว นำเอาซับวูฟเฟอร์มาวางตรงจุดนั่งฟัง (ในที่นี้ควรเซ็ตลำโพงหน้าหลักซ้าย-ขวา ให้ได้ความถูกต้องเสียก่อน)



2. เปิดเพลงที่เล่นเน้นเบสโดยเฉพาะ เช่น I love bass หรืออะไรก็ได้ที่เสียงเบสโดดเด่น

3. ก้มลงคลานไปทั่วห้อง โดยเอาหูใกล้พื้นมากที่สุด แล้วฟังเสียงเบสดู หาตำแหน่งเสียงมีแรงกระแทก และมีโฟกัสไม่บวม จำและทำเครื่องหมายไว้ แล้วคลานต่ออีกหลายรอบซ้ำๆ กัน จนแน่นใจว่ามีเพียงตำแหน่งเดียวที่ดีที่สุด คุณก็จะได้จุดวางซับวูฟเฟอร์ที่ลงตัว


4. นำซับวูฟเฟอร์ไปวางในจุดที่หาได้ แล้วเปิดเพลงฟังเสียงดู อาจต้องเลื่อนเข้า เลื่อนออกอีกบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะความคลาดเคลื่อนเล็กๆ น้อยๆ ของหูเราเอง แต่ก็จะได้ช่วยให้หาตำแหน่งวางได้ง่ายที่สุดครับ

ส่วนการปรับแต่งเสียง ว่าจะใช้จุดตัดเท่าไหร่นั้น ต้องแล้วแต่ชุดเครื่องเล่นของเราว่าใช้อะไรบ้างก็ให้ดูตามคู่มือของ AVR ว่าแนะนำไว้อย่างไร ตัวอย่างจากชุดของผมใช้ AVR PIONEER VSX-822K ลำโพงหลัก wharfedale diamond 121 ลำโพงเซ็นเตอร์ wharfedale WH2 ซับวูฟเฟอร์ velodyne cht-8 เซอร์ราวน์ Onkyo SKF-591 เป็นลูกผสมนะครับบางคนบอกต้องใช้ทั้งหมดเป็นซีรี่ย์เดียวกันเสียงถึงจะดีที่สุด แต่ผมงบไม่มีต้องค่อยๆ ซื้อทีละตัวมันเลยเป็นแบบนี้ แต่เสียงออกมาก็รับได้เพราะไม่ซีเรียสอะไรมากมายนัก วิธีคือตั้งค่าลำโพงทั้งหมดให้เป็น Small เพราะเราต้องการให้ความถี่ต่ำทั้งหมดไปอยู่ที่ซับวูฟเฟอร์อย่างเดียว ส่วนที่ตัวซับวูฟเฟอร์ให้ใช้ Direct หรือ By Pass เนื่องจากเราไม่ต้องการให้สัญญาณผ่านครอสโอเวอร์ของตัวซับวูฟเฟอร์ แต่ให้ตัว AVR ทำหน้าที่เป็นตัวปล่อยสัญญาณความถี่ต่ำออกมา เสียงที่ได้จะกลมกลืนกันทั้งระบบ ส่วนจุดตัดที่ซับผมตั้งไว้ประมาณ 50-60 Hz อันนี้แล้วแต่ซับวูฟเฟอร์ แต่ละยี่ห้อไม่เหมือนกัน ลองดูครับเผื่อเป็นแนวทางสำหรับมือใหม่เหมือนผม จะได้ไม่ต้องเสียเวลามากในการติดตั้ง คราวหน้าจะนำเสนอการเซ็ตระบบลำโพงโฮมเธียเตอร์ 5.1อีกทีครับ


แนะนำเวป www.เพลงลูกทุ่
งไทย.com ดูได้ตลอด 24 ชม. ช่วงทดลองแพร่ภาพครับ ตามลิ้งค์เลย http://www.xn--12clb7db1b7asb6qi3fzcwc.com/ มาฟังเพลงไทยกันครับ


วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

บินง่ายๆ กับ MINI FOAM PLANE

มาทำเครื่องบินโฟมตัวเล็กๆ บังคับวิทยุเล่นกัน....เนื่องมาจากอยากเล่นเครื่องบินบังคับวิทยุ แต่หาที่เล่นไม่ค่อยมี เพราะถ้าเล่นขนาดลำมาตรฐานต้องใช้พื้นที่ในการบินกว้างอย่างน้อยก็ประมาณสนามฟุตบอล ไม่งั้นไม่มีพื้นที่พอที่เครื่องจะร่อนไปมาได้ ด้วยเหตุนี้ก็เลยคิดทำลำให้เล็กลง เล่นในพื้นที่แค่สนามบาสก็บินได้แล้ว แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือเครื่องบินลำเล็กบินยากกว่าลำใหญ่ การสร้างก็ยุ่งยาก ด้วยลำตัวที่เล็กและบอบบางของโฟม การสร้างต้องทำให้น้ำหนักของเครื่องเบาที่สุด ไม่งั้นจะบินไม่ขึ้น ทำให้เวลาหาซื้ออุปกรณ์เล็กจิ๋วในบ้านเราไม่ค่อยมี บางอย่างจึงต้องสั่งจากต่างประเทศ ใช้เวลานานพอสมควร แต่เมื่ออยากเล่นแล้ว ก็ต้องทำใจยอมรับ หลังจากรวบรวมหาซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ได้จนครบ ก็เริ่มลงมือสร้างกัน ขั้นแรกก็ไปหาแปลนมาก่อนซึ่งมีมากมายในเวป เลือกเอาแบบที่เราต้องการที่จะเล่น ผมเลือกแบบบินง่ายๆ ช้าๆ เล่นท่าทางได้ ประมาณบิน 3D ตามลิ้งค์ครับ http://www.rcgroups.com/forums/showthread.php?t=375893 เมื่อได้มาก็เอามาปริ้นลงกระดาษ ขนาดที่ใช้ในการทำครั้งนี้คือ ความยาวปีก 38 ซม. ลำตัว 40 ซม. เพื่อทำเป็นแบบในการตัดโฟม โดยใช้โฟมแผ่นเรียบขนาด 3 มม. มีขายตามร้านขายเครื่องเขียนทั่วไป (เป็นโฟมแบบเรียบไม่ใช่โฟมหยาบที่ทำกระทง) วางแบบแล้วใช้คัดเตอร์ตัดตามลายเส้นง่ายดี พอได้เป็นชิ้นส่วนต่างๆ ทั้งหมดแล้วก็เอามาพ่นสีตามความชอบ ให้ระวังเวลาพ่นสี เพราะสีสเปร์ยกระป๋องมีส่วนผสมของแลคเกอร์จะกัดเนื้อโฟม เวลาพ่นให้พ่นห่างๆ ค่อยๆ พ่นทีละชั้นรอแห้ง แล้วพ่นทับอีก หลังจากนั้นเอาส่วนต่างๆ มาประกอบเป็นตัวลำเครื่องบิน เริ่มจากปีกซ้าย-ขวา โดยใช้กาวร้อนแท่งเพราะไวดี ไม่ต้องรอแห้ง ดามปีกด้วยแท่งคาร์บอน หรือถ้าไม่มีใช้ไม้ไผ่เหลาก็ได้เพื่อเสริมความแข็งแรงของปีก เวลาบินโดนลมปะทะจะได้ไม่แอ่น เสร็จแล้วติด Aileron และ Rudder เครื่องบินลำนี้ใช้ Aileron กับ Elevator ตำแหน่งเดียวกัน เวลาเล่นใช้วิธี Mix โปรแกรมที่วิทยุ การติดใช้เทปใยสัปปะรด โดยปาดโฟมด้านในเป็น 45 องศา เพื่อให้เป็นลักษณะบานพับ เมื่อประกอบลำตัว ปีก หางเสร็จเรียบร้อยก็นำชุดไฟมาติดตั้งลงไป เวลาลงอุปกรณ์ให้คำนึงถึงจุดศูนย์ถ่วง CG (จุด CG เครื่องบินทุกลำ แปลนเค้ากำหนดมาให้แล้วสะดวกไม่ต้องหาเอง) เพราะไม่งั้นเวลาบินเครื่องบินอาจเชิดหัวขึ้นฟ้า หรือหัวปักลงดิน ทำให้บินไม่ได้ ดูรูปภาพประกอบจะช่วยให้เห็นตำแหน่งการจัดวางคร่าวๆ การติดตั้งมอเตอร์ ให้หาไม้อัดบางมาทำเป็นแป้นแล้วค่อยยึดติดกับส่วนหัวเครื่องบินด้วยกาวร้อน กดมอเตอร์ให้ก้มลงนิดนึงประมาณ 2-3 องศา จากนั้นหาตำแหน่งที่จะเจาะรูวางแบต โดยใช้เทปแปะยึดแบตกับลำตัว แล้วใช้นิ้วชิ้วสองข้างวางที่จุดของ CG ใต้ปีกทั้งสองข้าง ค่อยๆ ขยับหาตำแหน่งจนได้กึ่งกลาง แล้วขยับเลื่อนให้หัวเครื่องก้มลงเล็กน้อย ก็จะได้ตำแหน่งพอดี จากนั้นใช้มีดเจาะลำตัวให้ช่องใส่ฟิตกับแบตเล็กน้อยเวลาบินจะได้ไม่หลุด ลำนี้หลังจากประกอบทุกอย่างรวมทั้งแบตแล้วน้ำหนักรวม 67 กรัม พยามยามลดแล้วแต่ยังหนักอยู่ไม่รู้จะบินขึ้นรึป่าว ไว้ลองเอาไป First Flight ดูก่อน.....แล้วจะมา Update อีกที

รายการอุปกรณ์ทั้งหมด
1.โฟมแผ่นเรียบหนา 3 มม.
2.กาวแท่งร้อน
3.แท่งคาร์บอนด์ หรือไม้ไผ่
4.ลวดขนาด 0.5 มม.สำหรับทำคันชัก
5.เทปใยสัปปะรด
6.เทปใส
7.มีดคัดเตอร์
8.สีสเปร์ย
ชุดไฟและอุปกรณ์
1.มอเตอร์จิ๋ว ขนาด 3700 Kv น้ำหนัก 3.8 กรัม
2.สปีด ESC 4 Amp
3.เซอร์โวขนาด 3.7 กรัม 3 ตัว
4.รีซีฟเวอร์ 4 แชลแนลขนาดเล็ก
5.วิทยุบังคับ 4-6 แชลแนล
6.แบตเตอร์รี่ Lipo 180 mA 7.4v
7.ใบพัดขนาด 3020 กับ 4025 (ต้องลองบินดูก่อนว่าขนาดไหนที่เหมาะสมที่สุด)










วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2558

D I Y อ ะ ไ ร ก็ ไ ด้ . . . ต า ม ใ จ ฉั น: ลองทำแอมป์คลาสเอ 10 วัตต์

D I Y อ ะ ไ ร ก็ ไ ด้ . . . ต า ม ใ จ ฉั น: ลองทำแอมป์คลาสเอ 10 วัตต์: ทำไมถึงชอบ D.I.Y. หรืองานประเภท HOME MADE สืบเนื่องมาจากการที่ผมเป็นคนชอบประกอบของเล่นมาตั้งแต่เด็กๆ สมัยนั้นเรียนอยู่ต่างจังหวัด ชอบอ่านหนั...

TUBE-BUFFERED GAINCLONE LM-3886T

GAINCLONE เป็นแอมป์ที่นิยมต่อเล่นกันมาก ทุกวันนี้ก็ยังนำมาสร้างกันอยู่เรื่อยๆ เพราะอุปกรณ์น้อย ราคาไม่แพงแต่ให้เสียงที่ดีมาก ต้นฉบับมาจาก Gaincard amplifier ออกแบบโดย Mr. Junji Kimura  จาก 47 Labs อเมริกา ราคาคิดเป็นเงินไทยประมาณ 14X,XXX บาท หลังจากนั้นก็มีนัก DIY พยายามหาข้อมูลของ Chip amp จนได้เบอร์ที่ใช้คือ LM 3875 แล้วมาวิเคราะห์นำเสนอออกมาเป็น GAINCLONE หลายๆ เวอร์ชั่นแล้วนำมาเผยแพร่ให้บรรดาผู้ที่ชื่นชอบต่อฟังกันจนถึงทุกวันนี้ ส่วนตัวผมเคยทำเล่นมานานแล้ว แต่คราวนี้อยากลองอีกรูปแบบนึงคือเป็นไฮบริดเกนโคลน มีภาคขยายเป็นหลอดสูญญากาศ  เบอร์ 6DJ8 , 6922, Ec88 ทำงานที่ไฟ +/-35V วงจรที่ใช้ต้นฉบับเป็นของ Joe Rasmussen   กับอีกอันที่ปรับปรุงใหม่จาก moxtone.com ตามแบบของวงจรใช้ชิพ LM-3875T เผอิญผมมีแต่ LM-3886T ก็คิดว่าใช้ได้เหมือนกัน แต่ขา IC ไม่เหมือน เวลาต่อต้องแก้ตำแหน่งก่อน หลอดจะใช้หนึ่งหรือสองแยกซ้าย-ขวาก็ได้ ส่วนผมใช้หลอดเดียวประหยัดเงินดี เพราะในตัวหลอดมันมีแยกกัน 2 ข้างอยู่แล้ว ข้อระวังของแอมป์นี้คือจุดต่อ Ground ถ้าไม่ถูกต้องจะมีการรบกวน ทำให้เกิดเสียงฮัมได้ และที่สำคัญอีกอย่าง ที่เอาต์พุตของแอมป์ช่วงเปิดเครื่องจะมีไฟ DC ออกมา ควรมีวงจร Mute หรือหน่วงเวลาไม่ให้ไฟ DC ออกไปทำลายลำโพง

วงจรต้นฉบับของ Joe Rasmussen


วงจรของ moxtone
ผมเอาวงจรทั้งสองมาประยุกต์นิดหน่อย แล้วประกอบทั้งหมดลงในกล่อง UPS เก่า ต้องพยายามยัดอยู่หลายครั้ง กว่าจะลงได้ แต่หม้อแปลงไฟของหลอดหาที่วางข้างในไม่ได้เลยเอามาไว้ด้านบน ผลออกมาเป็นอย่างที่เห็นตามรูป





สำเร็จไปอีกหนึ่งชิ้น กับแอมป์ฟังเพลงที่ต่อตรงจาก CD หรือ โน๊ตบุ๊คโดยไม่ต้องผ่านปรีแอมป์ ซุ้มเสียงใช้ได้เลยกับแอมป์ราคาประหยัด (ขึ้นอยู่กับเกรดของอุปกรณ์) สนใจมาทดลองฟังกันได้ ยินดีครับ

วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2558

ปรับปรุงขาตั้งลำโพงเก่า

มีขาตั้งลำโพงเก่าอยู่คู่นึง อยากจะเปลี่ยนใหม่เนื่องจากมีเสากลางเสาเดียวดูแล้วไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่ เค้าทำมาสำหรับลำโพงขนาด 4-5 นิ้ว เวลาวางลำโพงวางหิ้งขนาด 6 นิ้วขึ้นไปแล้วไม่เหมาะ ความเสถียรไม่ได้ จะขายแล้วเอาเงินไปซื้ออันใหม่ก็น่าจะได้ราคาไม่ต่างจากเศษเหล็ก เสียดายตอนนั้นซื้อมาหลายพัน จะเก็บไว้ก็รกห้อง ถ้าอย่างนั้นเอาปรับปรุงใหม่ดีกว่า ประหยัดเงินไปได้อีกหลายพัน เพราะราคาขาตั้งลำโพงแบบธรรมดาไม่มียี่ห้อ ขนาด 24 นิ้วราคาประมาณ 3-4000 บาท ถ้ามียี่ห้อตัวที่นิยมกันก็แพงขึ้นไปอีกมาก ไม่ไหวเกินความจำเป็นสำหรับคนธรรมดาแบบผมมาก

ขาลำโพงตัวเก่า
อุปกรณ์ที่ใช้มี -ท่อน้ำ PVC ขนาด 5.5 cm.  -แผ่นไม้อัด  -ทรายกรองละเอียด  -กาวอีพ๊อกซี่ -กระดาษทราย  -สีสเปรย์กระป๋อง
ขั้นแรกตัดท่อ PVC ขนาดเท่ากับเสากลางเดิม แล้วขัดกระดาษทรายเพื่อให้สีพ่นเกาะติด เสร็จแล้วเอาแผ่นไม้อัดมาตัดฉลุให้ได้ขนาดเท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อด้านในทั้งหมด 4 ชิ้น นำแผ่นไม้กลมที่ได้ปิดด้านหนึ่งของท่อทั้งคู่เพื่อกันทรายออกเวลากรอกทรายด้วยกาวอีพ๊อกซี่ เสร็จแล้วใช้สีสเปรย์พ่นให้สวยงาม รอสีแห้งสนิทนำเอากระบอกทั้งคู่มากรอกทรายละเอียดที่เตรียมไว้จนเต็ม เคาะ-กระทุ้งให้ทรายแน่นแล้วเอาแผ่นไม้กลมที่เหลือมาปิดทับอีกทีก็จะกลายเป็นเสาหนักๆ อีก 2 ต้น เอาเสาที่ได้ไปติดบนขาตั้งเดิมในตำแหน่งที่ต้องการด้วยกาวอีพ๊อกซี่ รอกาวแห้งสนิทก็จะได้ขาตั้งลำโพงที่มีความเสถียรดีขึ้นจากอันเดิม เพราะด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากทรายแล้ว การยึดเกาะกันของโครงสร้างจะทำให้ขาตั้งไม่เกิดการสั่นสะเทือน หรือเกิดขึ้นก็น้อยลงไปจากเดิมมาก ซึ่งมีผลต่อเสียงมากเมื่อนำลำโพงมาวาง


ท่อน้ำ PVC. กับไม้อัดตัดฉลุเป็นวงกลม



พ่นสีแล้วปิดด้านใดด้านนึงด้วยแผ่นไม้กลม

กรอกทรายละเอียดจนเต็ม

ยึดติดกับขาตั้งเดิมด้วยกาวอีพ๊อกซี่
ประหยัดเงิน ใช้งานได้ดี ตามสไตล์ของงาน D I Y ครับ



แนะนำเวป www.เพลงลูกทุ่
งไทย.com ดูได้ตลอด 24 ชม. ช่วงทดลองแพร่ภาพครับ ตามลิ้งค์เลย http://www.xn--12clb7db1b7asb6qi3fzcwc.com/ มาฟังเพลงไทยกันครับ


วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2558

ปรีแอมป์ ZEN LINE STAGE

ระหว่างรอกล่องเพาเวอร์แอมป์ มาทำปรีกันดีกว่า วงจรนี้เป็นของ NELSON PASS ปรมาจารย์ด้านการออกแบบเครื่องเสียงของอเมริกา เดิมเป็นวงจรแบบ Balance คือขั้วต่อด้านหลังเป็นแบบ 3 ขา แต่ที่ต้องการทำคือ Un-Balance ใช้ขั้ว RCA ที่เห็นกันทั่วไป  เลยต้องแปลงวงจรเล็กน้อย เพื่อให้สามารถใช้กับแอมป์ที่มีอยู่ซึ่งเป็นแบบ RCA ได้


วงจรต้นฉบับ สังเกตุ OUT กับ IN มีทั้ง + และ -
ส่วนนี่เป็นวงจรที่แก้ให้อินพุทเป็นแบบ RCA และเปลี่ยนเป็นใช้โวลุ่มปรับเสียงด้านขาเข้า ของต้นฉบับโวลุ่มจะอยู่ด้านเอ้าท์พุท ต้องขอย้ำก่อนว่าวงจรของเดิมเค้าดีมากอยู่แล้วนะครับ แต่ผมปรับมาเพื่อให้ใช้งานกับของตัวเองเท่านั้น เดี๋ยวจะเข้าใจผิดไป

แก้ไขตามภาพ
และนี่เป็นวงจรภาคจ่ายไฟ ใช้ไฟออก 60 V ผมหาหม้อแปลงไม่ได้ ใช้วิธีเอาหม้อแปลง 24-0-24 จำนวน 2 ตัวมาต่ออนุกรมกัน โดยเอาเฉพาะไฟ 24 ต่อกับ 24 ไม่เอาไฟ 0 ต่อแล้วผ่านวงจรได้ไฟออก 60 V เหมือนกัน

วงจรภาคจ่ายไฟ
จะฟังเพลงได้รึเปล่าเนี่ย 555

R750 Ohm ตัวใหญ่ร้อนมากๆ

หม้อแปลงแบบลูกทุ่ง

ข้อระวังของวงจรนี้คือความร้อน เพราะฉะนั้น FET ทุกตัวต้องใช้ฮีทซิงค์ใหญ่หน่อย อีกตัวคือ R1-R6 ต้องใช้ขนาด 3W ตามสเปคเพราะมีความร้อนสูงมากถ้าใช้วัตต์ต่ำจะไหม้ได้ ขนาดผมใช้ตัวใหญ่ 3 W ยังร้อนมากๆ จนจับแทบไม่ได้เลย

ใช้กล่องอุปกรณ์เน็ตเวิร์คมาใส่อาจจะดูไม่งามเท่าไหร่


แนะนำเวป www.เพลงลูกทุ่
งไทย.com ดูได้ตลอด 24 ชม. ช่วงทดลองแพร่ภาพครับ ตามลิ้งค์เลย http://www.xn--12clb7db1b7asb6qi3fzcwc.com/ มาฟังเพลงไทยกันครับ